2026-05-29
[Weverse Plastic Surgery] ทำตาสองชั้นแบบ Natural Adhesion แล้วหลุดง่ายจริงหรือ? เผยความลับของเทคนิคเย็บจุดที่ไม่มีวันหลุด!
#NaturalAdhesion #เย็บจุด #ParkSeonhee #WeversePlasticSurgery #ปรับกล้ามเนื้อตา #ศัลยกรรมตาคังนัม #NaturalAdhesionคังนัม #เปิดหัวตาหางตา #เปิดหางตา #เปิดหางตาด้านล่าง #เปิดมุมตา #แก้ตาสองชั้นแบบกรีด #แก้ตาคังนัม สวัสดีค่ะ 💛your beauty universe! Weverse Plastic Surgery ค่ะ :)💛 วันนี้เรามีความลับของการทำตาสองชั้นเทคนิค Natural Adhesion ที่ไม่หลุดง่าย พร้อม Q&A จากคุณหมอ Park Seon-hee มาฝากกันค่ะ~!!
![[Weverse Plastic Surgery] ทำตาสองชั้นแบบ Natural Adhesion แล้วหลุดง่ายจริงหรือ? เผยความลับของเทคนิคเย็บจุดที่ไม่มีวันหลุด!](/uploads/uberps1/222963400755/a1d1d751442a11c9.jpg)
#NaturalAdhesion #เย็บจุด #ParkSeonhee #WeversePlasticSurgery #ปรับกล้ามเนื้อตา #ศัลยกรรมตาคังนัม #NaturalAdhesionคังนัม #เปิดหัวตาหางตา #เปิดหางตา #เปิดหางตาด้านล่าง #เปิดมุมตา #แก้ตาสองชั้นแบบกรีด #แก้ตาคังนัม
สวัสดีค่ะ,
💛your beauty universe! Weverse Plastic Surgery ค่ะ :)💛

วันนี้เรามีความรู้จากคุณหมอ Park Seon-hee
เกี่ยวกับความลับของการทำตาสองชั้นเทคนิค Natural Adhesion ที่ไม่หลุดง่าย & Q&A เกี่ยวกับ Natural Adhesion มาฝากกันค่ะ~!!
คุณหมอเล่าว่าในช่วงแรกๆ ที่เริ่มทำการผ่าตัดศัลยกรรมตา
เพื่อที่จะอธิบายให้คนไข้เข้าใจ คุณหมอต้องท่องจำสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ตาสองชั้นแบบเย็บจุดหลุดง่ายเอาไว้หลายข้อเลยค่ะ
✔️เมื่อเปลือกตาหนา
✔️เมื่อมีรอยพับหัวตา (Epicanthal fold) ค่อนข้างมาก
✔️เมื่อขยี้ตาบ่อยๆ จากอาการภูมิแพ้
✔️เมื่อมีลักษณะตาโปน
✔️เมื่อเป็นตาสองชั้นหลบในที่ชั้นตาเตี้ยเกินไป
✔️เมื่อมีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis)
แต่แล้ววันหนึ่ง มีคนไข้ในวัย 40 ปีที่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงและมีผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ที่เปลือกตา
ยืนยันว่าต้องการทำตาสองชั้นด้วยเทคนิคเย็บจุดเพียงอย่างเดียว คุณหมอจึงทำการผ่าตัดให้ตามความต้องการ
และเมื่อติดตามผลในอีกหนึ่งปีต่อมา พบว่าชั้นตาไม่หลุดเลยแม้แต่น้อย
แถมยังเข้าที่สวยงามราวกับเป็นชั้นตาธรรมชาติที่มีมาตั้งแต่เกิด จนคุณหมอเองก็ยังประหลาดใจค่ะ

การทำตาสองชั้นเทคนิค Natural Adhesion = การทำตาสองชั้นเทคนิคเย็บจุด (Non-incisional)




เทคนิค Natural Adhesion และเทคนิคเย็บจุด มีความหมายเหมือนกันค่ะ
โดยปกติแล้ว การทำตาสองชั้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ แบบเย็บจุด และ แบบกรีด
หากเป็นการผ่าตัดที่ต้องตัดผิวหนังออก จะเรียกว่าแบบกรีด
แต่ถ้าเป็นการผ่าตัดที่ไม่ตัดผิวหนัง เพียงแค่เจาะรูเล็กๆ แล้วเย็บผูก จะเรียกว่าแบบเย็บจุดค่ะ
เทคนิคเย็บจุดของแพทย์แต่ละท่านจะมีวิธีการเย็บที่แตกต่างกันออกไปเล็กน้อย จึงมีการตั้งชื่อเรียกเฉพาะของตนเอง
ดังนั้นจึงเกิดชื่อเรียกมากมาย เช่น Natural Adhesion, Complex Non-incisional, Double, Triple, Dual เป็นต้นค่ะ
ในบรรดาชื่อเหล่านั้น ชื่อ Natural Adhesion น่าจะเป็นที่ชื่นชอบและเป็นที่รู้จักมากที่สุด
จนปัจจุบันนี้ถูกนำมาใช้ในความหมายที่แทบจะเหมือนกับเทคนิคเย็บจุดไปแล้วค่ะ
ความลับของ Natural Adhesion ที่ไม่มีวันหลุด





ต้องทำอย่างไรตาสองชั้นแบบ Natural Adhesion ถึงจะไม่หลุด?
ข้อแรก!! ต้องออกแบบให้ดีค่ะ!
เปลือกตาของเรามีทั้งส่วนที่ผิวหนังบางและส่วนที่ผิวหนังหนา
ต่อให้เป็นคนที่มีเปลือกตาหนาแค่ไหน ก็ยังมีส่วนที่บางอยู่บ้าง
การสร้างชั้นตาในบริเวณที่ผิวหนังบาง จะช่วยให้ตาสองชั้นไม่หลุดง่ายค่ะ
แต่ถ้าชั้นตาเล็กเกินไปก็อาจจะหลุดได้ง่ายเช่นกัน ดังนั้นจึงต้องหาตำแหน่งที่มีความสูงพอเหมาะในบริเวณที่ผิวหนังบาง
(ซึ่งจุดนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ)
ดวงตาของคนเราทั้งสองข้างไม่เหมือนกัน จึงต้องค้นหาเส้นชั้นตาที่เหมาะสมกับดวงตาแต่ละข้าง
และต้องออกแบบให้เส้นโค้งเชื่อมต่อกันอย่างเป็นธรรมชาติ ตั้งแต่ หัวตา ➡ กลางตา ➡ หางตา ค่ะ
เพื่อหาจุดนี้ แพทย์จะให้คนไข้ลืมตาและหลับตาซ้ำๆ หลายครั้ง โดยประเมินในท่านั่งตัวตรงค่ะ
เทคนิคเย็บจุดจะทำให้เกิดตาสองชั้นตามที่ออกแบบไว้เป๊ะๆ
(ในขั้นตอนการออกแบบจึงไม่ควรมีความคลาดเคลื่อนแม้แต่ 1 มิลลิเมตรค่ะ)
ข้อที่สอง!! เส้นด้ายที่ร้อยผ่านผิวหนังเปลือกตาจะต้องยึดเกาะกับเนื้อเยื่อชั้นหนังแท้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
บางครั้งมีคนไข้ถามว่าเทคนิคเย็บจุดเจาะรู 5 รู หรือ 6 รู แต่จริงๆ แล้วจำนวนรูไม่ได้สำคัญเลยค่ะ
นอกจากนี้ บางคนก็ถามว่าผูกปม 1 ปม หรือหลายปม ซึ่งส่วนนี้ก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญเช่นกัน!
และสุดท้าย การมัดด้ายแน่นๆ แบบ 2 ชั้น หรือ 3 ชั้น ก็ไม่ได้แปลว่าตาสองชั้นจะไม่หลุดนะคะ!
หากมัดแน่นจนเกินไป จะทำให้บวมมาก และเสี่ยงที่ด้ายจะขาดหรือหลุดออกได้ค่ะ
*หากการผ่าตัดแบบกรีดให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากว่า เช่น การกำจัดไขมัน/การปรับกล้ามเนื้อตา/การแก้ปัญหาความหย่อนคล้อย ก็ควรเลือกทำแบบกรีดค่ะ
แต่ถ้าประเมินแล้วว่าผลลัพธ์ของการผ่าตัดแบบกรีดและแบบเย็บจุด (ไม่กรีด) น่าจะออกมาใกล้เคียงกัน ก็ไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงเทคนิคเย็บจุดเพียงเพราะกลัวว่าชั้นตาจะหลุดค่ะ
Q&A_1 คนที่มีผิวเปลือกตาหนา ไม่สามารถทำ Natural Adhesion ได้ใช่ไหมคะ?

ต่อให้เป็นคนที่มีเปลือกตาหนาแค่ไหน เมื่อหลับตาลงก็จะพบว่ามีส่วนที่ผิวหนังบางอยู่บ้างเสมอค่ะ
หากสร้างชั้นตาในบริเวณที่บางนั้น ก็สามารถทำได้อย่างไม่มีปัญหาค่ะ
แต่ถ้าการเอาส่วนที่หนาของเปลือกตาออกจะทำให้ดวงตาดูสวยกว่า คุณหมอก็จะแนะนำให้ผ่าตัดด้วยเทคนิคแบบกรีดค่ะ
Q&A_2 หลังทำ Natural Adhesion รอยแผลเป็นจะอยู่นานแค่ไหนคะ?

ข้อดีของเทคนิคเย็บจุดคือไม่มีรอยแผลเป็น ดังนั้นจึงไม่ควรทิ้งรอยแผลเป็นที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนเอาไว้ค่ะ
บางครั้งคุณหมอเคยเห็นกรณีที่พยายามทำให้เกิดการยึดเกาะมากๆ เพื่อไม่ให้ชั้นตาหลุด โดยการตัดเนื้อเยื่อออกผ่านรูเล็กๆ
หรือการขยายรูให้กว้างขึ้น ซึ่งในกรณีนี้ไม่ได้ช่วยป้องกันไม่ให้ชั้นตาหลุดเลย
แต่กลับทำให้เหลือรอยแผลเป็นที่ใหญ่ขึ้นแทนค่ะ
★รูสำหรับเทคนิคเย็บจุด มีขนาดแค่พอให้เข็มผ่านได้ก็เพียงพอแล้วค่ะ
เพียงแต่ความลึกของรูจะต้องลึกไปถึงชั้นกล้ามเนื้อ ไม่ควรทำตื้นจนเกินไป
(เพราะอาจทำให้เห็นรอยเข็มบุ๋มลงไปได้ค่ะ)
ในช่วง 2~3 เดือนแรกหลังทำตาสองชั้นแบบเย็บจุด อาจยังมีอาการบวมหลงเหลืออยู่ จึงอาจเห็นรอยบุ๋มตามแนวชั้นตาได้
แต่นี่จะไม่กลายเป็นรอยแผลเป็นถาวรค่ะ เมื่ออาการบวมยุบลงเกือบหมดในช่วงเดือนที่ 5~6
ชั้นตาจะเหลือเพียงเส้นเดียวที่ดูเป็นธรรมชาติ และไม่เห็นรอยบุ๋มอีกต่อไปค่ะ
วันนี้เราก็ได้พูดคุยเกี่ยวกับเทคนิค Natural Adhesion กันไปแล้วนะคะ ㅎㅎ
ครั้งหน้าเราจะกลับมาพร้อมกับเนื้อหาที่อัดแน่นยิ่งขึ้นค่ะ😍
♥หากต้องการปรึกษาอย่างรวดเร็ว?


