2026-05-29
เรื่องราว Work-Life Balance ของคุณหมอซอซึงโจ แห่ง Uber Plastic Surgery ตอนที่ 1!
เรื่องราว Work-Life Balance ของคุณหมอซอซึงโจ แห่ง Uber Plastic Surgery ตอนที่ 1!สวัสดีค่ะ Uber Plastic Surgery ค่ะ! :) ที่ผ่านมาทาง Uber ได้นำเสนอข้อมูลผ่านช่วง 'Uber บอกต่อ' และ 'จริงหรือมั่ว' เพื่อมอบความรู้เกี่ยวกับการศัลยกรรมต่างๆ ให้กับผู้ติดตามทุกท่านกันไปแล้วนะคะ~วันนี้พิเศษสุดๆ กับช่วง 'เรื่องราวของ Uber' ที่เราจะไม่ได้มาพูดถึงข้อมูลศัลยกรรม แต่จะมาพูดคุยเกี่ยวกับ Work-Life Balance ของศัลยแพทย์กันค่ะ~ก่อนที่จะมาเป็นผู้อำนวยการของ Uber Plastic Surgery

เรื่องราว Work-Life Balance ของคุณหมอซอซึงโจ แห่ง Uber Plastic Surgery ตอนที่ 1!

สวัสดีค่ะ Uber Plastic Surgery ค่ะ! :)
ที่ผ่านมาทาง Uber ได้นำเสนอข้อมูลผ่านช่วง 'Uber บอกต่อ' และ 'จริงหรือมั่ว'
เพื่อมอบความรู้เกี่ยวกับการศัลยกรรมต่างๆ ให้กับผู้ติดตามทุกท่านกันไปแล้วนะคะ~
วันนี้พิเศษสุดๆ กับช่วง 'เรื่องราวของ Uber'
ที่เราจะไม่ได้มาพูดถึงข้อมูลศัลยกรรม
แต่จะมาพูดคุยเกี่ยวกับ Work-Life Balance ของศัลยแพทย์กันค่ะ~


ก่อนที่จะมาเป็นผู้อำนวยการของ Uber Plastic Surgery
คุณหมอซอซึงโจ ในฐานะศัลยแพทย์เฉพาะทาง จะมาเล่าให้ฟังว่า
Work-Life Balance ของศัลยแพทย์นั้นเป็นอย่างไร!
จะมีเรื่องราวอะไรน่าสนใจรออยู่บ้าง เรามาติดตามไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ?

คำถามแรกที่ผู้ติดตาม Uber Plastic Surgery ส่งเข้ามาก็คือ
คำถามที่ 1! สมัยเรียน คุณหมอเรียนเก่งไหมคะ?
คุณหมอเรียนจบจากโรงเรียนมัธยมปลายเฉพาะทาง
ซึ่งในห้องเรียนมีทั้งที่หนึ่งของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย (ซูนึง), ที่หนึ่งของการสอบเนติบัณฑิต และที่หนึ่งของการสอบใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมรวมอยู่ด้วยค่ะ!
ด้วยเหตุนี้ คุณหมอจึงตอบอย่างถ่อมตัวว่า คงพูดยากว่าตัวเองเรียนเก่งที่สุดในกลุ่มนั้น~
เป็นเรื่องที่ไกลตัวแอดมินมากๆ เลยค่ะ... ^^

คำถามที่ 2! กว่าจะเป็นหมอ ต้องผ่านอะไรบ้างคะ?
การจะเป็นหมอได้ ต้องเริ่มจากการเป็นนักศึกษาแพทย์ จากนั้นก็เป็นแพทย์ฝึกหัด (Intern), แพทย์ประจำบ้าน (Resident)
และสุดท้ายถึงจะได้เป็นแพทย์เฉพาะทางค่ะ
ซึ่งในกระบวนการทั้งหมดนี้ ช่วงที่เหนื่อยที่สุดก็คือช่วงการเป็นแพทย์ฝึกหัด (Intern) ค่ะ~
เพราะการเป็นแพทย์ฝึกหัดเป็นด่านหนึ่งในการก้าวไปสู่การเป็นแพทย์ประจำบ้าน
นอกจากจะต้องทำคะแนนให้ดีแล้ว ยังต้องสร้างความประทับใจที่ดีให้กับทุกคน
เพื่อให้ได้รับการประเมินในเชิงบวก ถึงจะสามารถเลือกเรียนต่อในแผนกที่ต้องการได้ค่ะ!


แม้แต่ตอนตรวจเอกสาร ระยะห่างบรรทัดและฟอนต์ก็ต้องเป๊ะ
หากมีการเว้นวรรคหรือสะกดคำผิด
ก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่และถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดมาก
เรียกได้ว่าบรรยากาศคล้ายกับการอยู่ในกรมทหารเลยทีเดียว
ทุกอย่างต้องมีระเบียบวินัยและเป๊ะมากๆ ค่ะ~

คุณหมอบอกว่าชีวิตแพทย์ฝึกหัดกับแพทย์ประจำบ้านนั้นแตกต่างกันมากเลยค่ะ!
แพทย์ฝึกหัดยังพอมีเวลาเลิกงานที่แน่นอนบ้าง
แต่ตอนที่คุณหมอเรียนแพทย์ประจำบ้านนั้น
ไม่มีเวลาเลิกงานที่ชัดเจน ทำให้ต้องใช้ชีวิตกินนอนอยู่ที่โรงพยาบาลแทบจะตลอดเวลา เป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากค่ะ...

แต่ละแผนกก็จะมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันไป
แม้ว่าช่วงหลังมานี้จะมีกฎหมายพิเศษสำหรับแพทย์ประจำบ้านออกมา
ทำให้มีการกำหนดเวลาเลิกงานและชั่วโมงการทำงานต่อสัปดาห์ที่ชัดเจนขึ้น
แต่ในยุคนั้น แพทย์ประจำบ้านศัลยกรรมต้องรับมือกับการผ่าตัดฉุกเฉินเยอะมาก
จนคุณหมอเกือบจะไม่มีเวลาไปเดท หรือแม้กระทั่งเกือบจะไม่ได้แต่งงานเลยล่ะค่ะ~

คำถามสุดท้าย! แพทย์เฉพาะทางกับแพทย์ทั่วไป มีความแตกต่างกันมากไหมคะ?
ในประเทศเกาหลี มีค่านิยมที่แข็งแกร่งมากว่า หากผ่านการเป็นแพทย์ฝึกหัดแล้ว
ก็ต้องเรียนต่อเป็นแพทย์ประจำบ้านอย่างแน่นอน
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมประเทศเกาหลีถึงมีสัดส่วนแพทย์เฉพาะทางสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลกค่ะ!
ดังนั้น คุณหมอซอซึงโจ แห่ง Uber Plastic Surgery
จึงเลือกที่จะศึกษาต่อจนเป็นแพทย์เฉพาะทางอย่างไม่ต้องสงสัยเลยค่ะ!

แทนที่จะแบ่งแยกความแตกต่างระหว่างแพทย์เฉพาะทางกับแพทย์ทั่วไป
การเป็นศัลยแพทย์เฉพาะทางตกแต่ง จะทำให้ได้ปูพื้นฐานที่แน่นหนาสำหรับการผ่าตัดทุกประเภท
ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดเสริมสร้าง (Reconstruction), การผ่าตัดกระดูกหัก หรือการผ่าตัดมะเร็งค่ะ

นอกจากนี้ ในแผนกศัลยกรรมตกแต่ง
ถือเป็นแผนกที่ดูแลรักษาบาดแผลของเนื้อเยื่อผิวหนังทั่วร่างกาย
ซึ่งการได้รักษาแผลกดทับบ่อยๆ
ทำให้เข้าใจกระบวนการเกิดและการสมานตัวของบาดแผล
รวมถึงสามารถแยกแยะได้ว่าแผลแบบไหนจะหาย หรือแผลแบบไหนรักษายาก
ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้เป็นประโยชน์อย่างมากต่อการผ่าตัดศัลยกรรมความงามค่ะ!

ด้วยเหตุนี้ หากเกิดปัญหาผิวหนังหลังการผ่าตัดศัลยกรรมความงาม
หรือมีแนวโน้มที่จะเกิดรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ คุณหมอซอซึงโจก็จะสามารถตรวจพบได้อย่างรวดเร็ว
และใช้เทคนิคเฉพาะตัวในการดูแลให้เหลือรอยแผลเป็นน้อยที่สุดค่ะ!
พอได้ฟังเรื่องราวแบบนี้แล้ว ก็ยิ่งทำให้รู้สึกมั่นใจ
และไว้วางใจที่จะเข้ามาใช้บริการที่ Uber Plastic Surgery มากขึ้นไปอีกเลยค่ะ! :)


สำหรับเรื่องราว Work-Life Balance ของศัลยแพทย์ ในช่วง 'เรื่องราวของ Uber' ตอนที่ 1 ก็จบลงเพียงเท่านี้นะคะ!
เรื่องราวที่ยังเล่าไม่หมดของคุณหมอซอซึงโจ แห่ง Uber Plastic Surgery
เราจะกลับมาต่อกันใน Work-Life Balance ตอนที่ 2 ค่ะ~
ฝากกด Subscribe และกด Like ช่อง YouTube ของ Uber Plastic Surgery
เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนที่ 2 ค่ะ! บ๊ายบาย~